
ลิเวอร์พูล 1-4 พีเอสวี หงส์แดงพังคาบ้าน วิกฤตศรัทธาหนักสุดในรอบกว่า 70 ปี
คืนวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ที่สนามแอนฟิลด์ ลิเวอร์พูลแพ้พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นแบบยับเยิน 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลีกเฟส ประตูของเจ้าบ้านได้จาก โซโบสซ์ไล นาที 16 ส่วนทีมเยือนยิงสี่ลูกจาก อิวาน เปริซิช (จุดโทษ นาที 6), กุส ทิล นาที 56 และ คูไฮบ์ ดริวเอช นาที 73 กับ 90+1
ความพ่ายแพ้นัดนี้
-
เป็นการแพ้เกมยุโรปในบ้านครั้งแรกของลิเวอร์พูลในรอบ 14 นัด
-
เป็นการแพ้นัดที่ 9 จาก 12 เกมหลังสุด และเป็นการแพ้ด้วยสกอร์ห่าง 3 ลูกขึ้นไปติดต่อกันเป็นนัดที่สาม ซึ่งสื่ออังกฤษบอกว่านี่คือฟอร์มแย่สุดในรอบกว่า 70 ปี ของสโมสร
จากมุมบรรณาธิการข่าวบอลของแบรนด์เดิมพันระดับโลกอย่าง UFABET ทางเข้า เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผลสกอร์ แต่สะท้อนทั้งปัญหาเกมรับ ความมั่นใจ และแรงกดดันรอบตัวอาร์เน่ สลอตแบบเต็ม ๆ
ภาพรวมเกม: ลิเวอร์พูลบุกเยอะ แต่โดนลงโทษทุกจังหวะผิดพลาด
แม้สกอร์จะขาด แต่รูปเกมไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวตลอด ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่าและยิงเยอะกว่าอย่างชัดเจน
-
ครองบอลประมาณ 63% ต่อ 37%
-
ยิงทั้งหมด 27 ครั้ง เข้ากรอบ 10 ครั้ง ขณะที่พีเอสวียิง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง
ปัญหาของลิเวอร์พูลคือ
-
เสียประตูเร็วตั้งแต่นาที 6 จากจุดโทษ
-
จังหวะสำคัญในแดนหลังผิดพลาดบ่อย ทั้งแฮนด์บอลของฟาน ไดค์ และความผิดพลาดของโคนาเต้ในการเคลียร์บอล
-
เวลาโดนสวนกลับ กลาง–หลังถอยไม่ทัน ปล่อยให้แนวรุกพีเอสวีเลือกมุมยิงได้ง่าย
ในทางกลับกัน พีเอสวีเล่นแบบใจถึง ใส่บอลเร็ว ไม่กลัวบรรยากาศแอนฟิลด์ และเฉียบคมทุกครั้งที่มีพื้นที่ให้เล่น
ไทม์ไลน์ประตู: ขึ้นนำไว–โดนตีเสมอ ก่อนถล่มเละครึ่งหลัง
0-1 พีเอสวี – อิวาน เปริซิช (จุดโทษ นาที 6)
ช่วงต้นเกม ลูกเปิดจากฝั่งขวาของพีเอสวีไปโดนแขน เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วให้จุดโทษ เปริซิช รับหน้าที่สังหารเข้าไม่พลาด ทีมเยือนนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว
1-1 ลิเวอร์พูล – โดมินิค โซโบสซ์ไล นาที 16
ลิเวอร์พูลตอบโต้ได้ไว จากจังหวะทำชิ่งหน้าเขตโทษ บอลไหลให้ โคดี้ กัคโป จ่ายต่อให้ โซโบสซ์ไล สอดขึ้นมาซัดเต็มข้อ บอลพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูพีเอสวีเข้าไป เจ้าบ้านตีเสมอ 1-1 และบุกต่อเนื่องจนจบครึ่งแรก แต่ยังเจาะเพิ่มไม่ได้
1-2 พีเอสวี – กุส ทิล นาที 56
ครึ่งหลังกลับมาพีเอสวีคมกว่า นาที 56 จังหวะต่อบอลเร็วทางซ้าย บอลถูกครอสเข้ากลาง แนวรับหงส์แดงเคลียร์ไม่ขาด บอลมาเข้าทาง ทิล ในเขตโทษ ยิงหักข้อเสียบมุม เป็น 2-1 ให้ทีมเยือนและทำให้บรรยากาศในแอนฟิลด์เริ่มตึงทันที
1-3 พีเอสวี – คูไฮบ์ ดริวเอช นาที 73
นาที 73 เกมโต้กลับของพีเอสวีเล่นงานเจ้าบ้านอีกครั้ง บอลจ่ายทะลุช่องให้ ดริวเอช หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตู ก่อนยิงผ่านมือเข้าไปอย่างเฉียบคม เป็น 3-1 และทำให้ลิเวอร์พูลเหมือนหมดแรงใจ
1-4 พีเอสวี – คูไฮบ์ ดริวเอช นาที 90+1
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+1 ลิเวอร์พูลดันไลน์สูงหวังเอาประตูคืน แต่กลับเสียบอลกลางสนาม พีเอสวีสวนเร็วอีกครั้ง และเป็น ดริวเอช คนเดิมที่หลุดไปยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ปิดกล่อง 4-1 แบบเงียบทั้งสนาม
สถิติและเรื่องราวรอบเกม: ฟอร์มย่ำแย่สุดในรอบยุค
หลังจบเกม สื่อต่างประเทศแทบทุกเจ้ารายงานไปในทางเดียวกันว่า นี่คือไนต์แมตช์ของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง
-
ลิเวอร์พูลแพ้ 9 จาก 12 นัดหลังสุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาลตกชั้นปี 1953-54
-
เป็นการแพ้ด้วยผลต่างอย่างน้อย 3 ประตูติดกันเป็นนัดที่สาม
-
พีเอสวีขึ้นไปมี 8 คะแนน อยู่ช่วงกลางตารางลีกเฟสแถวอันดับ 15 ส่วนลิเวอร์พูลมี 9 แต้ม รั้งประมาณอันดับ 13 ยังอยู่ในโซนลุ้นเข้ารอบ แต่โมเมนตัมทีมกำลังถดถอยอย่างชัดเจน
ในห้องแถลงข่าว อาร์เน่ สลอต ยอมรับว่า
“มันเป็นช็อกสำหรับทุกคน ทั้งนักเตะและแฟนบอล”
เขาบอกว่าบรรยากาศรอบทีมตอนนี้ “หม่นหมอง” และทีมต้องหาวิธีหยุดการเสียประตูเร็วให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
มุมบรรณาธิการ UFABET: เมื่อชื่อชั้นไม่ช่วยให้รอดจากแท็กติกและความมั่นใจที่หายไป
จากสายตาบรรณาธิการข่าวบอลของ UFABET เกมนี้มีประเด็นให้คนดูบอลและสายวิเคราะห์ต้องหยิบไปคิดต่อหลายอย่าง
-
เกมรับลิเวอร์พูลเสียสมดุลอย่างหนัก
-
ฟาน ไดค์ กับโคนาเต้เคยเป็นคู่เซ็นเตอร์ที่นิ่งมาก แต่ช่วงนี้มีทั้งจังหวะแฮนด์บอลและเสียจังหวะพลาดง่าย ๆ
-
การดันไลน์สูงแล้วไม่มีแรงกดดันที่แดนกลาง ทำให้โดนบอลแทงทะลุช่องบ่อย ซึ่งพีเอสวีใช้จุดนี้จนได้ประตู 2, 3 และ 4
-
-
พีเอสวีเล่นแบบ “ไม่เกรงชื่อสนาม”
-
ครึ่งหลังกล้าเพรสสูง ใส่สปีดเกมรุกเต็มที่ ไม่เน้นแค่รับแล้วลุ้นเสมอ
-
ตัวริมเส้นอย่างดริวเอชเล่นโดดเด่นมาก ใช้พื้นที่ด้านหลังฟูลแบ็กลิเวอร์พูลได้คุ้มทุกครั้ง
-
-
จิตวิทยาและฟอร์มที่ตก เริ่มกลายเป็นวงจรอันตราย
-
เมื่อทีมเสียประตูเร็วซ้ำ ๆ ความมั่นใจของแนวรับกับผู้รักษาประตูย่อมลดลง
-
สถิติที่บอกว่า ลิเวอร์พูลเสียประตูก่อนใน 10 จาก 12 เกมหลังสุด ทำให้เห็นว่าปัญหาเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเปิดเกม ไม่ใช่เฉพาะตอนท้าย
-
ทั้งหมดนี้คือการเล่าในมุมข่าวและวิเคราะห์เกมฟุตบอลตามข้อมูลและสถิติ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุนหรือการคาดเดาผลล่วงหน้าใด ๆ การตามเชียร์และเสพข่าวควรทำอย่างมีสติเสมอ
สรุปท้าย
-
ผลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ลีกเฟส วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568: ลิเวอร์พูล 1-4 พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
-
ลิเวอร์พูลได้ประตูเดียวจากโซโบสซ์ไล ขณะที่พีเอสวียิงสี่ลูกจากเปริซิช (จุดโทษ), ทิล และดริวเอชสองประตู
-
หงส์แดงแพ้ในบ้านยุโรปครั้งแรกในรอบ 14 นัด และอยู่ในช่วงฟอร์มแย่สุดในรอบกว่า 70 ปี แพ้ 9 จาก 12 นัดหลังสุด
-
พีเอสวีกลับมามีลุ้นเข้าท็อป 24 ของลีกเฟส ส่วนลิเวอร์พูลต้องเร่งคืนฟอร์มหากไม่อยากให้ฤดูกาลนี้หลุดมือทั้งในลีกและยุโรป