
Axel Tuanzebe ฟ้องแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1 ล้านปอนด์ ปมรักษาอาการบาดเจ็บล่าช้า
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 มีรายงานจากสื่ออังกฤษอย่าง Sky Sports และ Sky News ว่า Axel Tuanzebe ฟ้องแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัดของตัวเองต่อศาลสูงกรุงลอนดอน เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวน “มากกว่า 1 ล้านปอนด์”
ข้อกล่าวหาหลักคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประมาทเลินเล่อทางการแพทย์ ในการดูแลอาการบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลังของเขาในช่วงที่ยังค้าแข้งอยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ส่งผลให้ไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้อย่างเต็มศักยภาพเหมือนเดิม และกระทบรายได้ในระยะยาว
ปัจจุบัน ตวนเซเบวัย 27 ปีลงเล่นให้กับเบิร์นลีย์ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 แต่ในเอกสารฟ้องร้อง เขายืนยันว่าความผิดพลาดในการรักษาในอดีตยังคงทิ้ง “ร่องรอย” ที่ตามมาถึงปัจจุบันทั้งในแง่สภาพร่างกายและเส้นทางอาชีพ
จากเด็กอะคาเดมีสู่การฟ้องอดีตสโมสร: ไทม์ไลน์ของเคสนี้
Axel Tuanzebe เป็นหนึ่งในเด็กปั้นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเข้าสู่อะคาเดมีของสโมสรตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และใช้เวลารวมที่สโมสรนานถึง 17 ปี ก่อนย้ายออกในปี 2023 ไปอยู่กับอิปสวิช ทาวน์ 2 ฤดูกาล แล้วเซ็นสัญญาย้ายมาเบิร์นลีย์ในซัมเมอร์ 2025
หัวใจของคดีอยู่ที่อาการบาดเจ็บบริเวณ กระดูกสันหลังส่วนล่าง (pars fracture / stress fracture) ที่ถูกระบุว่าเริ่มมีสัญญาณในช่วงเดือนมกราคม 2020 จากนั้นพัฒนาเป็นอาการเรื้อรัง ก่อนจะลุกลามจนกลายเป็นการแตกหักอีกด้านหนึ่งของกระดูก
ในเอกสารฟ้องร้อง ระบุว่าในที่สุดอาการบาดเจ็บของตวนเซเบถูกจัดอยู่ในระดับ “bilateral grade 4 fractures” หรือการแตกหักสองด้านในระดับรุนแรง ซึ่งไม่ใช่แค่อาการเจ็บธรรมดา แต่มีผลต่อความสามารถในการเล่นฟุตบอลระดับสูงโดยตรง
ฝ่ายนักเตะชี้ไปที่เหตุการณ์สำคัญอย่างเช่น
-
หลังมีสัญญาณร้าวที่กระดูกสันหลังเมื่อต้นปี 2020 เขายังกลับไปลงเล่นให้ทีมยู-23 ในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน
-
และต่อมายังได้โอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก พบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในเดือนตุลาคม 2020
ในมุมของทีมกฎหมายตวนเซเบ เหตุการณ์แบบนี้สะท้อนว่ามีการ “ส่งเขากลับไปลงสนามเร็วเกินไป” ทั้งที่อาการบาดเจ็บยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและจัดการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น
ข้อกล่าวหา: “ถ้ารักษาถูกวิธีตั้งแต่แรก ทุกอย่างอาจไม่เป็นแบบนี้”
ใจความสำคัญในเอกสารที่ Axel Tuanzebe ฟ้องแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด คือการยืนยันว่า หากสโมสรดูแลอาการบาดเจ็บอย่างถูกต้องตั้งแต่ช่วงแรก ทุกอย่างอาจไม่รุนแรงจนถึงขั้นนี้
ฝ่ายนักเตะอ้างว่าการวางแผนรักษาที่เหมาะสมควรจะเป็น
-
การพักอย่างน้อย 12 สัปดาห์
-
อยู่ภายใต้การดูแลของ ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬา
-
มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดก่อนอนุญาตให้กลับมาซ้อมและแข่งขัน
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่เขาคาดหวัง ผลที่ตามมาคือ
-
อาการด้านซ้ายของกระดูกสันหลังกลายเป็น อาการเรื้อรัง
-
ด้านขวาเกิดการแตกหักเพิ่มในเวลาต่อมา
-
ทำให้เขา “ไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้แบบไร้ข้อจำกัด” อีกต่อไป
เอกสารฟ้องร้องยังระบุถึงช่วงเวลาที่ตวนเซเบถูกปล่อยยืมไปนาโปลีในปี 2022 ด้วย โดยแพทย์ของสโมสรอิตาลีพบร่องรอยความผิดปกติของกระดูกสันหลังอย่างชัดเจนและส่งรายงานกลับไปยังทีมแพทย์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่ในปี 2022–2023 จะมีการตรวจและรักษาอย่างจริงจังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในมุมของฝ่ายนักเตะ สิ่งเหล่านี้ถือว่า “เกิดขึ้นสายเกินไปแล้ว” เพราะความเสียหายต่อสภาพร่างกายและโอกาสในอาชีพได้เกิดขึ้นไปก่อนหน้านั้นเรียบร้อย
ฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด และคำถามใหญ่ต่อมาตรฐานแพทย์ในพรีเมียร์ลีก
จนถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าเรื่องทั้งหมดกำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งเป็นท่าทีมาตรฐานที่สโมสรระดับท็อปมักใช้เมื่อมีคดีขึ้นสู่ศาล
อย่างไรก็ตาม แม้ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่เคสที่ Axel Tuanzebe ฟ้องแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กำลังถูกมองว่าอาจกลายเป็น “เคสตัวอย่าง” หรือ landmark case ที่ทำให้สปอตไลต์หันไปจับที่
-
วิธีการทำงานของทีมแพทย์สโมสรใหญ่ในพรีเมียร์ลีก
-
จุดสมดุลระหว่าง “ความต้องการใช้งานนักเตะในสนามให้เร็วที่สุด” กับ “การปกป้องสุขภาพระยะยาวของนักกีฬา”
-
มาตรฐานด้านเอกสารและเวชระเบียน ที่อาจถูกนำมาเปิดเผยและใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล
หากศาลตัดสินให้ตวนเซเบชนะคดี และได้รับค่าเสียหายระดับ 7 หลักจริง ๆ เคสนี้อาจถูกอ้างอิงในการต่อรองหรือดำเนินคดีลักษณะใกล้เคียงในอนาคตได้ทันที
มุมบรรณาธิการพรีเมียร์ลีก: ผลกระทบที่อาจตามมาไกลกว่าชื่อของ Tuanzebe
ในฐานะบรรณาธิการข่าวพรีเมียร์ลีก เคส Axel Tuanzebe ฟ้องแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มีนัยสำคัญมากกว่าการเรียกค่าเสียหายส่วนบุคคล เพราะอาจนำไปสู่ผลกระทบในหลายมิติ ดังนี้
1. มาตรฐานการรักษาและการส่งตัวผู้เชี่ยวชาญจะเข้มงวดขึ้น
สโมสรอาจต้องระมัดระวังมากขึ้นในการตัดสินใจให้ผู้เล่นกลับมาซ้อมหรือแข่งขัน โดยเฉพาะกรณีอาการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลัง, สมอง, หรืออวัยวะสำคัญอื่น ๆ เพราะความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เรื่องฟอร์มการเล่น แต่รวมไปถึงความรับผิดชอบทางกฎหมายในอนาคต
2. เอกสารทางการแพทย์กลายเป็นทั้ง “โล่” และ “ดาบ”
การบันทึกผลตรวจ, ความเห็นแพทย์, แผนการรักษา และ timeline การกลับมาลงสนาม จะมีน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม มันอาจถูกใช้เป็น เกราะป้องกันสโมสร ในการยืนยันว่าทำตามมาตรฐานแล้ว หรือกลับกันก็อาจกลายเป็น หลักฐานสำคัญของฝ่ายนักเตะ หากมีข้อผิดพลาดจริง
3. นักเตะอาจกล้าใช้สิทธิ์ด้านกฎหมายมากขึ้น
หากท้ายที่สุดตวนเซเบไปถึงจุดที่ “ชนะคดี” พร้อมได้รับค่าเสียหายตามที่เรียกร้อง เคสนี้อาจเปิดประตูให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองเคยถูกมองข้ามสัญญาณบาดเจ็บ หรือถูกเร่งให้กลับมาเล่นเร็วเกินไป กล้าลุกขึ้นมาทวงถามความรับผิดชอบจากสโมสรตามสิทธิของตัวเองมากขึ้น
แม้ทุกอย่างยังต้องรอคำตัดสินจากศาล แต่สิ่งที่ชัดเจนแล้วในตอนนี้คือ เส้นทางอาชีพของ Axel Tuanzebe ไม่ได้เป็นไปตามที่หลายคนคาดหวังในวันที่เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองหลังอนาคตไกลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในมุมของตัวเขาเอง “การวินิจฉัยและการรักษาที่ผิดจังหวะ” จากอดีตต้นสังกัด คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแบบไม่อาจย้อนกลับได้
และหากท่านใดที่ชื่นชอบข่าวสารฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และแทงบอลพรีเมียร์ลีก ต้องที่ UFABET ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น !!