นิคลาส-ฟูลครูก-เวสต์แฮม-อนาคต

เอเยนต์รับดีลนิคลาส ฟูลครูก กับเวสต์แฮม “ไม่เวิร์ก” ส่อถึงเวลาหาทีมใหม่

ตอบก่อนแบบสั้น ๆ:
เอเยนต์ของ นิคลาส ฟูลครูก ยอมรับผ่านรายการพอดแคสต์ที่อังกฤษว่า การย้ายจากดอร์ทมุนด์มาเวสต์แฮมเมื่อปี 2024 “ไม่เป็นไปตามที่คิด” ทั้งเรื่องฟอร์ม การเจ็บ และบรรยากาศในทีม พร้อมหลุดคำว่า “บางทีการเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล” ทำให้อนาคตของกองหน้าวัย 32 ปีรายนี้เริ่มถูกตั้งคำถาม แม้ยังมีสัญญาถึงปี 2028 ก็ตาม

ย้อนดีล 27 ล้านปอนด์ที่ไม่เคยติดเครื่องจริง ๆ

จากรายงานของสื่ออังกฤษ ฟูลครูกย้ายจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์มาเวสต์แฮมด้วยค่าตัวราว 27 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ด้วยโปรไฟล์หัวหอกทีมชาติเยอรมนีที่ถนัดเล่นเป็นเป้าหลักในเขตโทษ

แต่ตัวเลขหลังย้ายมาไม่สวยอย่างที่หวังเลย

  • ลงเล่นให้เวสต์แฮมไป 27 นัด

  • ยิงได้เพียง 3 ประตู

  • เจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่อง

นอกจากนั้นยังมีดราม่าช่วงเมษายนปีที่แล้ว เมื่อเขาเคยออกมาวิจารณ์เพื่อนร่วมทีมเรื่อง “ทัศนคติ” หลังเกมเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน ทำให้ภาพลักษณ์ในห้องแต่งตัวดูไม่ดีนักในสายตาแฟน ๆ เวสต์แฮม

เอเยนต์พูดชัด “ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่าง”

เอเยนต์ของฟูลครูกอย่าง ธอร์ชเทน เวิร์ธ (Thorsten Wirth) ให้สัมภาษณ์บนพอดแคสต์ในเยอรมนี พูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า ดีลนี้ “ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกฝ่ายหวัง” และยอมรับว่า

  • นักเตะเจ็บบ่อยเกินไป ทั้งระดับสโมสรและทีมชาติ

  • ฟอร์มการเล่นไม่ต่อเนื่อง

  • สภาพจิตใจโดนกระทบจากทั้งอาการบาดเจ็บและคำวิจารณ์จากภายนอก

ประโยคที่ถูกหยิบไปเล่นพาดหัวคือ

เขาบอกว่าบางที การเปลี่ยนแปลงก็น่าจะสมเหตุสมผล

ซึ่งตีความได้ไม่ยากว่า ฝั่งเอเยนต์เปิดประตูเรื่องย้ายทีมไว้แล้ว เพียงแต่ทุกอย่างยังต้องขึ้นกับเวสต์แฮมว่าจะยอมปล่อยเมื่อไร และในราคาเท่าไร

เวสต์แฮมก็ลำบาก: จะปล่อยกองหน้าได้ยังไง ในเมื่อหน้าเป้าน้อยอยู่แล้ว

ปัญหาคือ เวสต์แฮมเองก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่ “ปล่อยกองหน้าได้ง่าย ๆ” เช่นกัน จากรายงานระบุว่าตอนนี้ทีมของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต มีหอกอาชีพในทีมชุดใหญ่เหลือใช้งานจริง ๆ แค่สองคนเท่านั้น คือ

  • คัลลัม วิลสัน – หอกรุ่นใหญ่ที่มีประวัติเจ็บบ่อย

  • คัลลัม มาร์แชลล์ – ดาวรุ่งวัย 20 ปีที่ยังต้องใช้เวลาปั้น

โดยสองคนนี้ซัดรวมกันได้แค่ 1 ประตู ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ขณะที่ฟูลครูกเองกำลังพักยาวจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและคาดว่าจะกลับมาหลังเบรกทีมชาติปลายเดือนพฤศจิกายน

แม้ฟูลครูกจะมีฟอร์มไม่คงเส้นคงวา แต่ในสถานการณ์ที่ทีมตัวเลือกในแดนหน้าขาดแคลนแบบนี้ การปล่อยเขาออกไปโดยไม่มีตัวแทนที่ชัดเจนเข้ามาแทน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบอร์ดบริหารเวสต์แฮม

ภาพรวมเวสต์แฮมยุคใหม่: ชนะนิวคาสเซิลก็จริง แต่คำถามยังเพียบ

ด้านฟอร์มทีมโดยรวม เวสต์แฮมเพิ่งปลดล็อกชัยชนะในบ้านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ ด้วยการเปิดบ้านชนะนิวคาสเซิล 3–2 ใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต

แต่ต่อให้ผลการแข่งขันเริ่มขยับดีขึ้น คำถามเรื่องโครงสร้างเกมรุกยังอยู่ครบ

  • ทีมขาด “กองหน้าตัวหลัก” ที่ยิงเกินเลขสองหลักอย่างสม่ำเสมอ

  • ตัวเลือกในแดนหน้ามีน้อย ทั้งที่พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ต้องหมุนตัวจริง–ตัวสำรองถี่มาก

  • การมีฟูลครูกในสภาพ “ไม่สมบูรณ์และไม่มั่นใจ” ก็ดูไม่น่าจะเป็นคำตอบระยะยาวอยู่ดี

นี่คือจุดที่ทำให้กระแสข่าวเรื่องการหาระบบใหม่ในแดนหน้า และความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในตลาดถัดไป ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ

มุมสายวิเคราะห์–สายเดิมพันกับอนาคตฟูลครูก

ในสายแฟนบอลที่ติดตามพรีเมียร์ลีก รวมถึงคนที่ตามข่าวเพื่อใช้ประกอบการมองราคาบอลในเว็บอย่าง UFABET สถานการณ์ของฟูลครูกและเวสต์แฮมกำลังเป็นเคสที่น่าจับตา เพราะมันส่งผลต่อหลายเรื่อง เช่น

  • ความต่อเนื่องของเกมรุกเวสต์แฮมในครึ่งหลังของฤดูกาล

  • ความเป็นไปได้ที่สโมสรจะดึงกองหน้าคนใหม่เข้ามาในตลาดมกราคมหรือซัมเมอร์หน้า

  • สภาพห้องแต่งตัว หากนักเตะตัวใหญ่ของทีมเริ่มคิดถึงการย้ายออก

ดีลที่ “ไม่เวิร์ก” แบบนี้ เคยเกิดบ่อยในพรีเมียร์ลีก และหลายครั้งสิ่งที่ช่วยทั้งทีมและนักเตะมีทางออกดีสุด ก็คือการแยกทางกันแบบที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

สรุปท้ายในมุมบรรณาธิการพรีเมียร์ลีก

ถ้ามองแบบกว้าง ๆ เคสของ นิคลาส ฟูลครูก เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า

  1. การย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงและโปรไฟล์ดี ไม่ได้การันตีว่าจะไปได้สวยในพรีเมียร์ลีก

  2. อาการบาดเจ็บ + สไตล์การเล่นของทีมใหม่ + คาแรกเตอร์ในห้องแต่งตัว ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญ

  3. เมื่อเอเยนต์ออกมาพูดตรง ๆ ว่า “อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่าง” ก็แทบจะเป็นสัญญาณเตือนว่า เรื่องนี้มีสิทธิ์ขยับในตลาดถัดไปแน่นอน

จากนี้ไป สิ่งที่ต้องจับตาคือ เวสต์แฮมจะเลือก “ดันให้ฟูลครูกกลับมาเป็นตัวเลือกจริงจังอีกครั้ง” หรือจะค่อย ๆ เปิดทางให้ทุกฝ่ายได้เริ่มต้นใหม่ในฤดูกาลหน้า ซึ่งไม่ว่าจะออกหน้าไหน มันก็จะเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญในพัฒนาการของทีมค้อนในยุคใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้เลย