
ทีมไหนฟอร์มดีขึ้น–แย่ลงสุดในพรีเมียร์ลีก 2025/26 เมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน?
ตอบก่อนแบบสั้น ๆ:
บทวิเคราะห์จากเว็บไซต์พรีเมียร์ลีก โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Opta Analyst เทียบผลงาน ผ่าน 11 นัดแรกของฤดูกาล 2025/26 กับช่วงเวลาเดียวกันของซีซั่น 2024/25 พบว่า คริสตัล พาเลซ คือทีมที่ “ฟอร์มดีขึ้นที่สุด” ส่วน ลิเวอร์พูล กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ คือทีมที่ “ฟอร์มตกหนักสุด” ในแง่จำนวนแต้ม ขณะที่อาร์เซน่อลยกระดับตัวเองจนขึ้นจ่าฝูงด้วยเกมรับที่แน่นสุดในลีกตอนนี้
พาเลซ – จากเกือบปลดกุนซือ สู่ทีมที่พัฒนามากสุดของลีก
ในซีซั่น 2024/25 ช่วงผ่านไป 11 นัด คริสตัล พาเลซ มีแค่ 7 คะแนน และมีข่าวลือหนักว่า โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ อาจโดนเด้ง ถ้าไม่รีบพลิกสถานการณ์ใน 4 เกมถัดไป
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ
-
พาเลซค่อย ๆ เก็บผลการแข่งขันดีขึ้น
-
จบซีซั่นด้วย แชมป์เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
-
ทำแต้มรวมในลีกได้ 53 คะแนน สูงสุดนับตั้งแต่ขึ้นพรีเมียร์ลีก
พอมาถึงฤดูกาล 2025/26
-
หลังผ่าน 11 นัด พาเลซมีแต้ม มากกว่าปีที่แล้ว 10 แต้มเต็ม
-
ทั้ง ๆ ที่ Opta ระบุว่าพาเลซเจอโปรแกรมโหดอันดับ 2 ของลีก (ค่า Opta Power Rating คู่แข่งเฉลี่ย 92.7 ใกล้เคียงลิเวอร์พูลที่โหดสุด)
ตัวเลขเชิงลึกก็สวยขึ้นชัดเจน
-
NPxG (โอกาสยิงไม่รวมจุดโทษ) เพิ่มจาก 13.25 → 17.71
-
NPxGA (โอกาสเสียประตูไม่รวมจุดโทษ) ลดจาก 16.43 → 11.95
แปลว่าพาเลซไม่ได้ดีขึ้นแค่ “ผลสกอร์” แต่ทั้งเกมรุก–เกมรับมีคุณภาพเพิ่มจริงตามสถิติด้วย
อาร์เซน่อล – คะแนนเพิ่ม 7 แต้ม เกมรับโหดสุดในลีก
อาร์เซน่อล ถูกยกให้เป็นทีมที่ “ยกระดับตัวเอง” แบบชัดเจนอีกทีม
-
ซีซั่นที่แล้วหลัง 11 นัด มีแต้มตามปัจจุบัน อยู่ 7 คะแนน
-
ฤดูกาลนี้เก็บได้ 26 แต้มจาก 11 นัด นำเป็นจ่าฝูง ห่างอันดับ 2 อยู่ 4 แต้ม
เบื้องหลังคือเกมรับระดับหัวตารางยุโรป
-
เสียประตูไปแค่ 5 ลูก น้อยกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก
-
ค่า NPxGA ของอาร์เซน่อลอยู่ที่ 6.13 ดีที่สุดในลีก และดีกว่าแมนฯ ซิตี้ (9.65) แบบชัดเจน
-
เมื่อนำ NPxG ฝั่งเกมรุกมารวมกัน กลายเป็น ค่าดัชนี xG difference +11.6 สูงสุดทั้งในซีซั่นนี้และเทียบกับจุดเดียวกันของซีซั่น 2024/25
พูดง่าย ๆ คือ ปืนใหญ่ของอาร์เตต้า “เหนือกว่าคู่แข่งทั้งรุกและรับ” ตามตัวเลข ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเวลาไปดูไฮไลต์
เอฟเวอร์ตัน – จากโซนลุ้นหนีตกชั้น สู่ทีมกลางตารางที่มั่นคงขึ้น
หนึ่งในทีมที่แอบดีขึ้นแบบเงียบ ๆ คือ เอฟเวอร์ตัน
-
ปีที่แล้วหลัง 11 นัดมีแค่ 10 แต้ม
-
ปีนี้เก็บได้ 15 แต้ม เพิ่มขึ้น 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน
แม้จะยังไม่ได้ดีพอไปลุ้นตั๋วยุโรป แต่ในมุมมองของกองเชียร์ “การไม่ต้องมานั่งลุ้นหนีตกชั้นจนถึงนัดสุดท้าย” ก็ถือว่าคือความก้าวหน้าครั้งสำคัญของทอฟฟี่สีน้ำเงินแล้ว
ลิเวอร์พูล–ฟอเรสต์: ตัวอย่างทีมที่ฟอร์มรูดลงชัดสุด
ด้านทีมที่ “แย่ลง” เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน บทวิเคราะห์โยนชื่อเด่น ๆ สองทีมขึ้นมาคือ ลิเวอร์พูล และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ลิเวอร์พูล – แชมป์เก่าที่แต้มหล่น 10 คะแนน
-
ซีซั่นที่แล้ว หลัง 11 นัด ลิเวอร์พูลมี 28 แต้ม และวางฐานสู่การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก
-
ปีนี้ หลัง 11 นัด มีเพียง 18 แต้ม ลดลง 10 แต้ม มากสุดในบรรดาทุกทีมในลีก
-
แถมยังแพ้ไปแล้ว 5 นัด ใน 11 เกมแรก เป็นสถิติแย่สุดของแชมป์เก่าตั้งแต่เลสเตอร์ 2016/17 และใกล้เคียงกับเชลซี 2015/16 ที่เคยแพ้ 6 เกมในจุดเดียวกัน
ถึงอย่างนั้นบทความก็เตือนว่า ต้องไม่ลืมว่า
-
ลิเวอร์พูลเจอโปรแกรมโหดสุดในลีก ตามกราฟ Fixture Difficulty ของ Opta
-
แม้จะฟอร์มรูด แต่ยังตามแมนฯ ซิตี้ไม่ขาดมากนัก หากฟื้นตัวทัน ก็ยังกลับมาลุ้นได้ในระยะยาว
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ – จากลุ้นท็อปโฟร์ สู่หนีตกชั้น
-
ซีซั่นก่อน ฟอเรสต์เคยมีช่วงลุ้นพื้นที่ยุโรป และจบด้วยตั๋ว ยูโรป้าลีก
-
ปีนี้ หลัง 11 นัด มีแต้ม น้อยกว่าปีที่แล้ว 10 แต้มเต็ม เหลือแค่ 9 แต้ม เท่านั้น
-
เปลี่ยนกุนซือไปแล้ว 3 คนในฤดูกาลเดียว – จาก นูโน่, ต่อด้วย อังเช่, จนล่าสุดเป็น ฌอน ไดช์ ที่ต้องมารับงานกู้วิกฤต
ในเชิงบรรยากาศรอบสโมสร จากที่เคยฝันไกลถึงท็อปโฟร์ ตอนนี้ย้อนกลับมาอยู่ในโหมด “หนีตกชั้น” เต็มรูปแบบ
ฟูแล่ม–นิวคาสเซิล–วูล์ฟส์: ตัวเลขแต้มสะท้อนปัญหาปิดทองหลังพระ
ในลิสต์ฟอร์มรูดลง ยังมีอีก 3 ทีมที่ตัวเลขคะแนนลดลงชัดเจน
-
ฟูแล่ม – แต้มลดลง 7
-
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด – แต้มลดลง 6
-
วูล์ฟส์ – แย่สุดในแง่ผลการแข่งขัน เพราะ ยังไม่ชนะใครเลย 11 นัดแรก เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1983/84 และเก็บได้เพียง 2 แต้ม (น้อยกว่าปีก่อน ที่เคยมี 6 แต้มในจุดเดียวกัน)
กรณีของนิวคาสเซิล น่าสนใจตรงที่ซีซั่นก่อนเคยถูกยกเป็นทีมพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ปีนี้ต้องกลับมาเจอคำถามเรื่องความลึกของขุมกำลังและการหมุนเวียนตัวจริง
ทีมเลื่อนชั้นปีนี้ไม่หมู – แต้มรวมดีกว่ากลุ่มเลื่อนชั้นปีก่อน
อีกจุดที่บทความหยิบมาพูดคือผลงานของทีมหน้าใหม่ในลีก
-
ซีซั่นนี้สามทีมน้องใหม่ ลีดส์–เบิร์นลี่ย์–ซันเดอร์แลนด์ เก็บรวมกันได้ 40 แต้ม
-
สูงกว่าแต้มรวมทีมเลื่อนชั้นซีซั่นก่อน (เลสเตอร์–อิปสวิช–เซาท์แฮมป์ตัน) ที่มีแค่ 22 แต้ม ในช่วงเวลาเดียวกัน
โดยเฉพาะ ซันเดอร์แลนด์ ที่กดไปคนเดียว 19 แต้ม ทำให้ภาพรวมทีมเลื่อนชั้นปีนี้ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมพอสมควร
Opta วิเคราะห์เพิ่มว่าทีมหน้าใหม่ปีนี้เล่น “ระมัดระวัง” กว่าปีก่อน
-
ค่า NPxG รวมยังตามหลัง NPxGA อยู่ก็จริง (-17.2)
-
แต่ดีกว่าปีก่อนมากที่ช่องว่างเคยอยู่ที่ -33.05
แปลว่าแทนที่จะเปิดหน้าแลกแล้วพัง ตกชั้นกันรวดเดียว ทีมเลื่อนชั้นรอบนี้เลือกเน้น “ยากจะโดนยิง” ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
มุมบรรณาธิการพรีเมียร์ลีก: ต้องดูมากกว่าตารางคะแนน
บทความจากพรีเมียร์ลีกทิ้งท้ายไว้ชัดเจนว่า “การดูแค่ตารางคะแนน ไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด” ซึ่งในมุมบรรณาธิการที่ตามลีกนี้ทุกวีค ก็เห็นด้วยเต็ม ๆ
-
ทีมอย่าง พาเลซ–อาร์เซน่อล–เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้เก่งขึ้นเพราะโชค แต่มีตัวเลข xG/xGA รองรับ
-
ทีมอย่าง ลิเวอร์พูล–ฟอเรสต์–นิวคาสเซิล–วูล์ฟส์ ไม่ได้แค่ “ฟอร์มตกชั่วคราว” แต่มีปัญหาทั้งเชิงแท็กติกและโครงสร้างทีมให้แก้
สำหรับแฟนบอลที่ตามพรีเมียร์ลีกทั้งในมุมเชียร์และมุมวิเคราะห์ราคาบอล ข้อมูลสถิติแบบนี้จึงมักถูกหยิบไปใช้ควบคู่กับการเช็กอัตราต่อรองและบทวิเคราะห์ในเว็บอย่าง UFABET เพื่อประเมินว่า “ทีมไหนดีจริง–ทีมไหนฟอร์มหลอกตา” ก่อนจะตัดสินใจในแต่ละแมตช์
สรุปท้าย:
หลังผ่าน 11 นัดของซีซั่น 2025/26 เราได้เห็นชัดแล้วว่า ใครคือทีมที่เดินขึ้น – ใครกำลังไหลลง และใครกำลังใช้ตัวเลขกลบปัญหาที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่เหลืออยู่ในอีก 27 นัดต่อจากนี้ คือคำตอบว่า “กราฟฟอร์ม” ของแต่ละทีมจะหยุดอยู่ตรงไหนบนหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้